วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับการเลี้ยงลูกให้ฉลาดว่านอนสอนง่าย Tips for Raising wise.

ลูกน้อย
อยากให้ว่านอนสอนง่าย
ทำไมลูกเถียง ลูกบางคนเถียงคำไม่ตกฟาก อย่าเหนื่อยถ้าลูกเถียง ทำไมลูกเถียง ทำไมมันดื้อด้าน ทำไมนิสัยเสีย ทำไมเลี้ยงยากยังไม่โตเท่าใดก็เถียงแล้ว นี่ถ้าเป็นผู้ใหญ่มิแย่หรือ ขอพ่อแม่อย่าท้อใจ ต้องเข้าใจลูกว่าลูกมีสมองที่จะคิดและมีจิตใจ การที่ลูกเถียง พ่อแม่ต้องหันกลับมาสำรวจตนเองบ้างว่าบางทีเราอาจพลาด เช่น อาจเลี้ยงเขาให้มาเถียงเรา เพราะฉะนั้นลูกยิ่งโตยิ่งเถียงก็เป็นได้ โบราณว่าเลี้ยงลูกอย่างไรก็ได้ลูกอย่างนั้น ปลูกฝังลูกอย่างไรนิสัยลูกก็ได้อย่างนั้น พ่อแม่เป็นคนแบบใดลูกก็เป็นแบบนั้น พ่อแม่เห็นแก่ตัวย่อมมีลูกเห็นแก่ตัว พ่อแม่ใจบุญสุนทานลูกย่อมใจบุญสุนทาน ผลย่อมเกิดจากกรรมหรือการกระทำที่ทำมา บางคนบ่นว่าอยากได้ลูกว่านอนสอนง่าย เลยไปบังคับเขาและวางกฎระเบียบให้ปฏิบัติตั้งแต่เด็ก ผลที่ตามมาเด็กยิ่งดื้อ เมื่อโตขึ้นมีพละกำลังและความเป็นตัวเอง เมื่อมีเหตุมากระตุ้นลูกจะวิ่งเข้าหาโอกาสนั้นทันที วิธีแก้ต้องเริ่มเลี้ยงเขาให้ดีเสียแต่ลูกยังเล็ก พฤติกรรมความคิดจะพัฒนาคู่กันตามวัยเสมอ เด็กเริ่มคิดเป็นมาตั้งแต่คลอดเซลล์สมองของคนเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ในครรภ์มารดา แล้วพัฒนาสู่การเรียนรู้ที่ซับซ้อนขี้น เด็กทารกแสดงการเรียนรู้ด้วยการเอื้อมมือไขว่คว้า จับ ดูด มองหน้า ประสานสายตาและสัมผัสด้วยความคิด เมื่อพ่อแม่พูดว่าสิ่งใดเด็กจะรับรู้ได้จากการดูการฟัง การปฏิเสธก็จะมีบ้างด้วยท่าทางมิใช่คำพูด เช่น “ไม่” “ไป” ต่อเมื่อเข้าช่วงวัยประถมศึกษา ความคิดของเด็กอายุเข้า 7 ขวบ พัฒนาสู่ความเป็นนามธรรม เริ่มเห็นข้อแย้ง ข้อปฏิเสธ ข้อควรยอมรับ การถกเถียงด้วยคำพูดปรากฏชัดเจนมากขึ้นและมากขึ้นตามลำดับ จนถึงเข้าวัยรุ่น จนถึงขั้นขัดแย้งรุนแรง ประเภทตัดญาติขาดมิตรกันก็มี จะมีอีกครั้งที่ลูกจะหยุดเถียงพ่อแม่เมื่อลูกเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น หรือช่วงเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆลูกเริ่มรู้กลไกลของการประนีประนอม แม้มีข้อขัดแย้งบ้าง แต่มักไม่รุนแรงเหมือนตอนวัยรุ่นเหตุเพราะเป็นวัยใช้เหตุผลเป็นแล้ว
รูปลูก
การขัดแย้งของลูกทำให้พ่อแม่หงุดหงิดและไม่พอใจ
เมื่อเล็กลูกคัดค้าน อาจบังคับได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกจะเชื่อตลอด เพราะลูกมีความคิดเป็นของตัวเอง การปฏิเสธของลูกเป็นการแสดงถึงศักยภาพทางสมองของลูก แม่อยากให้ลูกอายุ 4 ขวบ นุ่งกระโปรงสีแดงที่แม่ชอบ แต่ลูกไม่ชอบ ลูกอาจปฏิเสธได้เพราะลูกคิดเป็น เริ่มเป็นตัวของตัวเอง เริ่มมีการขัดขืนเมื่อไม่ตรงใจ อย่าโกรธลูก อย่าตีลูกให้เหนื่อยกายเหนื่อยใจเปล่า ให้คุยกับลูกด้วยเหตุผล ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะไม่มีเรื่อง ลูกคิดได้ ลูกเข้าใจได้ การให้โอกาสลูกแสดงความคิดเห็นเป็นการสร้างให้ลูกเกิดความเชื่อมั่นและเป็นคนมีเหตุผล เมื่อลูกโตขึ้น ลูกจะเป็นคนว่านอนสอนง่าย ไม่เถียงพ่อแม่ เพราะลูกรู้ว่าพ่อแม่เป็นคนดีมีเหตุผล
ประสบการณ์แต่ละช่วงวัยของเด็กที่ได้รับจากครอบครัว ตัวอย่างที่เด็กเห็นจากพ่อแม่มีบทบาทโดยตรงต่อการพัฒนาบุคลิกภาพ เจตคติ และความคิดของเด็กเมื่อโตขึ้น เพราะสมองของเด็กตั้งแต่แรกเกิด เจริญอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 6 ขวบแรก เด็กจะเรียนรู้และซึมซับสิ่งที่เด็กสัมผัสเข้าไปสร้างเป็นหน่วยความรู้เก็บบันทึกไว้ในสมองอย่างรวดเร็ว ถ้าประสบการณ์ที่เด็กได้รับดี เด็กก็คิดดีทำดี แต่ถ้าประสบการณ์ที่ได้รับไม่เหมาะสม เด็กก็จะซึมซับความไม่เหมาะสมนั้นเข้าไว้ในตนทั้งที่ไม่เข้าใจ แล้วฝังกลายเป็นรากพฤติกรรมที่ไม่ดีเมื่อโตขึ้น แต่ถ้าเด็กได้รับการสอนหรือชี้แนะในสิ่งที่ถูกที่ควร จะช่วยลดปัญหาการนำไปปฏิบัติอย่างไม่เข้าใจได้ การเลี้ยงลูกให้อยู่ในคำสั่งดูเหมือนทำง่าย แต่เหนื่อยใจเมื่อลูกโตขึ้น ลูกจะมีปัญหาทางความคิดและสังคม เมื่อลูกทุกข์พ่อแม่จะทุกข์ตาม สมมุติพ่อแม่มีลูก 2 คน แล้วพบว่าลูกคนหนึ่งเรียนดีเข้ากับคนอื่นได้  ปรับตัวได้ในทุกสถานะทางสังคม พ่อแม่ก็จะมีความสุข แต่อีกคนหนึ่งกลับเป็นเด็กมีปัญหา ทั้งที่พ่อแม่คิดว่าเลี้ยงมาเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วข้อมูลที่เกิดจากประสบการณ์ได้หลั่งไหลเข้าสู่สมองส่วนที่ดีมากน้อยของลูกทั้งสองแตกต่างกัน สมองจะเก็บไว้เป็นความรู้สึกที่ดีและไม่ดีแยกจากกัน แต่สะสมไว้เป็นความรู้สึกความคิดที่พร้อมใช้ เมื่อมีปัญหาก็แสดงออกมาสู่การเป็นพฤติกรรมตามประสบการณ์ที่ได้รับ
เด็กน้อยเรียนรู้
เด็กเกียจคร้านการเรียนเพราะถูกบังคับให้เรียนมาก่อน
เด็กดื้อและก้าวร้าวเพราะเคยถูกเข้มงวด หรือตามใจเกินไป
เด็กเอาแต่ใจตนเองเพราะเคยใช้อำนาจเหนือผู้ใหญ่ได้
เด็กไร้เหตุผลเพราะไม่เคยมีใครบอกเหตุผล
เด็กไม่รู้สิ่งควรไม่ควรเพราะพ่อแม่ไม่เคยสอน
ยังมีอีกหลายพฤติกรรมที่ทำให้เด็กเป็นอะไรก็ได้ คล้ายดื้อสอนยาก เหตุเพราะพ่อแม่ไม่เคยสอนและใช้เหตุผลกับลูกเลย
รูปภาพเด็กน้อย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น