วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อายุพ่อแม่ส่งผลต่อการพัฒนาการของลูกได้

ยายกับหลาน

ความอยากให้เป็นและหวังมากเกินไป
                พ่อแม่ที่มีอายุมาก มีประสบการณ์สูงจะเลี้ยงลูกเข้มงวดมากกว่าพ่อแม่ที่อายุน้อย พ่อแม่อายุน้อยจะเลี้ยงลูกตามใจและมักนำแนวคิดใหม่ๆมาใช้ในการเลี้ยงลูก อิงตำราและชอบแก้ปัญหาลูกโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ เห็นความคิดของผู้สูงอายุล้าสมัย เน้นการทำทุกอย่างให้ลูกมีสุขมากกว่าพ่อแม่ที่มีอายุ
                ผลจากความแตกต่างของการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ต่างอายุ พบว่าลูกที่พ่อแม่มีอายุจะใช้ชีวิตเป็นระบบมากกว่า และมีวุฒิภาวะความรับผิดชอบมีความสำเร็จสูงกว่าลูกที่พ่อแม่อายุน้อย เหตุเพราะพ่อแม่อายุน้อยจะใช้วิธีการในการเลี้ยงลูกมากกว่าการเลี้ยงด้วยความเข้าใจถึงการพัฒนาลูกเพื่ออนาคต เหตุเพราะกลัวและกังวลว่าจะเลี้ยงลูกได้ไม่ดี
                ปัจจัยต่างๆดังกล่าวของพ่อแม่มีผลโดยตรงต่อลูก การเลี้ยงลูกด้วยความอยากให้เป็นตามใจที่หวังของตัวเองจะเหนื่อยตรงที่พ่อแม่ต้องพยายามเพื่อสนองตอบความต้องการของตน เมื่อพยายามแล้วทำให้เกิดความเครียด ความสุขก็จะไม่เกิด ส่วนลูกเป็นผลอันเนื่องมาจากความอยากของพ่อแม่ คือความรู้สึกรังเกียจพ่อแม่ เบื่อหน่ายชีวิต เด็กจะก้าวร้าวและต่อต้าน ปัญญาถดถอย ในที่สุดลูกจะมองโลกในแง่ร้าย อยากให้คนหนึ่งคนใดห่างไปจากชีวิตตัวเอง หรือตัวเองก็ไม่สามารถพัฒนาชีวิตตัวเองให้มีคุณภาพได้


ชีวิตลูกยังเล็กนัก
จงฟูมฟักให้เติบใหญ่
ลูกจะเป็นใคร ผลพวงที่ได้คือพ่อแม่เอง
จงรักลูก ให้กำลังใจลูก
อย่าเลี้ยงลูกด้วยความอยากของตนเอง

 
                                

วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ผลของการอยากให้ลูกเก่งและหวังกับลูกมากเกินไป

ลูกแม่
อย่าอยากและหวังมากเกินไป
ด้วยความอยากให้ลูกเป็นคนเก่ง เพื่อความภาคภูมิใจของตน ดังนั้นพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเก่ง อยากให้ลูกดี อยากให้ลูกเป็นอย่างที่คิด ลองคิดทบทวนสักนิดว่าความอยากนี้แท้จริงทำเพื่อตนเองหรือเพื่อลูก อย่าบอกนะว่าทำเพื่อลูก ถ้าทำเพื่อลูกจะไม่อยากและหวังต้องเป็นแค่เพียงต้องการเท่านั้น
คนส่วนใหญ่จะภูมิใจกับญาติที่มีชื่อเสียง และมักนำมาอ้างถึงความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอย่างภูมิใจ ชอบที่จะบอกกับใครๆว่าตนเป็นคนคุ้นเคย ใกล้ชิดที่สุดของญาติคนนั้น ในทำนองเดียวกัน เมื่อลูกประสบความสำเร็จพ่อแม่ก็จะนำมาคุยฟังอย่างภูมิใจ ในทางตรงกันข้าม ถ้าลูกไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่พ่อแม่อยากและหวังให้เป็น พ่อแม่คนนั้นจะรู้สึกว่าลูกเลวมากและเป็นคนไม่ดีของครอบครัวไปทันที สิ่งที่เสียมากที่สุดคือลูก ลูกจะใจเสีย ความรู้สึกเสีย ถ้ารุนแรงมากอาจถึงขั้นสติเสีย
ถ้าอยากได้ลูกที่ดีที่เลี้ยงง่ายเลี้ยงสบาย ต้องเลิกเห็นลูกเป็นวัตถุที่ตนเองต้องปั้น ต้องปลุกให้เป็นอย่างที่คิดอย่างที่หวัง ด้วยความอยากของตนเอง อย่าสั่งลูกให้ทำอย่างที่พ่อแม่ต้องการ อย่าให้ลูกคิดทุกอย่างที่พ่อแม่คิดด้วยการ
ให้ลูกทำกิจกรรมทุกอย่างอย่างมีเงื่อนไข
ใช้การทำโทษถ้าลูกทำไม่ได้อย่างที่บอก
มีกฎหรือข้อห้ามเป็นรั้วกั้นความรู้สึกของลูก
ถึงพ่อแม่จะพูดว่า พ่อแม่รักลูก อยากให้ลูกได้ดี อยากให้ลูกเก่ง ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ลูกอาจไม่เก่งก็ได้
คำพูดเหล่านี้ไม่ช่วยอะไรลูกเลย นอกจากความช้ำใจและเสียใจของลูก
ขอให้พ่อแม่มองลึกย้อนลงในความรู้สึก ความคิดของตัวเองใหม่อีกทีก่อนปฏิบัติกับลูก ถามตัวเองว่าอยากได้อะไร ตัวอย่างเช่น อยากให้ลูกเข้าโรงเรียนมีชื่อ อยากให้ลูกเข้าสาธิต แน่นอนความอยากนี้อาจเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่โรงเรียนมีชื่อเหล่านี้มีข้อจำกัดคนต้องการมกต้องสอบแข่งขันเข้า แม้แต่เด็กอนุบาลยังต้องสอบเข้า ต้องเหนื่อยกันทั้งครอบครัว แต่พ่อแม่ยังคาดคั้นให้ลูกทำ ถามจริงๆว่าพ่อแม่อยากได้อะไร
อยากให้ลูกได้ที่เรียนดี หรืออยากบอกคนอื่นว่าลูกฉันได้โรงเรียนมีชื่อเหมือนกัน มันเป็นความอยากของใคร
การหาโอกาสให้ลูกเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ แต่อย่าทำให้โอกาสเป็นตัวสร้างความเครียดให้ลูกและตัวเอง รักลูกรักตัวเองให้เดินสายกลาง การอยู่อย่างอยากจะทำให้พ่อแม่เหนื่อย เหนื่อยเพราะต้องควบคุมกำกับลูก เหนื่อยที่ต้องพาลูกเดินทางไปสู่เป้าหมายที่ตัวเองต้องการ
พ่อแม่คงไม่อยากและหวังมากเหมือนกันทุกคน
แต่จากการศึกษาพบว่าพ่อแม่ที่มาจากพื้นฐานครอบครัวแตกต่างกัน จะมีความอยากต่างกัน
แล้วแสดงพฤติกรรมในการเลี้ยงและดูแลลูกแตกต่างกันด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับการเลี้ยงลูกให้ฉลาดว่านอนสอนง่าย Tips for Raising wise.

ลูกน้อย
อยากให้ว่านอนสอนง่าย
ทำไมลูกเถียง ลูกบางคนเถียงคำไม่ตกฟาก อย่าเหนื่อยถ้าลูกเถียง ทำไมลูกเถียง ทำไมมันดื้อด้าน ทำไมนิสัยเสีย ทำไมเลี้ยงยากยังไม่โตเท่าใดก็เถียงแล้ว นี่ถ้าเป็นผู้ใหญ่มิแย่หรือ ขอพ่อแม่อย่าท้อใจ ต้องเข้าใจลูกว่าลูกมีสมองที่จะคิดและมีจิตใจ การที่ลูกเถียง พ่อแม่ต้องหันกลับมาสำรวจตนเองบ้างว่าบางทีเราอาจพลาด เช่น อาจเลี้ยงเขาให้มาเถียงเรา เพราะฉะนั้นลูกยิ่งโตยิ่งเถียงก็เป็นได้ โบราณว่าเลี้ยงลูกอย่างไรก็ได้ลูกอย่างนั้น ปลูกฝังลูกอย่างไรนิสัยลูกก็ได้อย่างนั้น พ่อแม่เป็นคนแบบใดลูกก็เป็นแบบนั้น พ่อแม่เห็นแก่ตัวย่อมมีลูกเห็นแก่ตัว พ่อแม่ใจบุญสุนทานลูกย่อมใจบุญสุนทาน ผลย่อมเกิดจากกรรมหรือการกระทำที่ทำมา บางคนบ่นว่าอยากได้ลูกว่านอนสอนง่าย เลยไปบังคับเขาและวางกฎระเบียบให้ปฏิบัติตั้งแต่เด็ก ผลที่ตามมาเด็กยิ่งดื้อ เมื่อโตขึ้นมีพละกำลังและความเป็นตัวเอง เมื่อมีเหตุมากระตุ้นลูกจะวิ่งเข้าหาโอกาสนั้นทันที วิธีแก้ต้องเริ่มเลี้ยงเขาให้ดีเสียแต่ลูกยังเล็ก พฤติกรรมความคิดจะพัฒนาคู่กันตามวัยเสมอ เด็กเริ่มคิดเป็นมาตั้งแต่คลอดเซลล์สมองของคนเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ในครรภ์มารดา แล้วพัฒนาสู่การเรียนรู้ที่ซับซ้อนขี้น เด็กทารกแสดงการเรียนรู้ด้วยการเอื้อมมือไขว่คว้า จับ ดูด มองหน้า ประสานสายตาและสัมผัสด้วยความคิด เมื่อพ่อแม่พูดว่าสิ่งใดเด็กจะรับรู้ได้จากการดูการฟัง การปฏิเสธก็จะมีบ้างด้วยท่าทางมิใช่คำพูด เช่น “ไม่” “ไป” ต่อเมื่อเข้าช่วงวัยประถมศึกษา ความคิดของเด็กอายุเข้า 7 ขวบ พัฒนาสู่ความเป็นนามธรรม เริ่มเห็นข้อแย้ง ข้อปฏิเสธ ข้อควรยอมรับ การถกเถียงด้วยคำพูดปรากฏชัดเจนมากขึ้นและมากขึ้นตามลำดับ จนถึงเข้าวัยรุ่น จนถึงขั้นขัดแย้งรุนแรง ประเภทตัดญาติขาดมิตรกันก็มี จะมีอีกครั้งที่ลูกจะหยุดเถียงพ่อแม่เมื่อลูกเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น หรือช่วงเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆลูกเริ่มรู้กลไกลของการประนีประนอม แม้มีข้อขัดแย้งบ้าง แต่มักไม่รุนแรงเหมือนตอนวัยรุ่นเหตุเพราะเป็นวัยใช้เหตุผลเป็นแล้ว
รูปลูก
การขัดแย้งของลูกทำให้พ่อแม่หงุดหงิดและไม่พอใจ
เมื่อเล็กลูกคัดค้าน อาจบังคับได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกจะเชื่อตลอด เพราะลูกมีความคิดเป็นของตัวเอง การปฏิเสธของลูกเป็นการแสดงถึงศักยภาพทางสมองของลูก แม่อยากให้ลูกอายุ 4 ขวบ นุ่งกระโปรงสีแดงที่แม่ชอบ แต่ลูกไม่ชอบ ลูกอาจปฏิเสธได้เพราะลูกคิดเป็น เริ่มเป็นตัวของตัวเอง เริ่มมีการขัดขืนเมื่อไม่ตรงใจ อย่าโกรธลูก อย่าตีลูกให้เหนื่อยกายเหนื่อยใจเปล่า ให้คุยกับลูกด้วยเหตุผล ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะไม่มีเรื่อง ลูกคิดได้ ลูกเข้าใจได้ การให้โอกาสลูกแสดงความคิดเห็นเป็นการสร้างให้ลูกเกิดความเชื่อมั่นและเป็นคนมีเหตุผล เมื่อลูกโตขึ้น ลูกจะเป็นคนว่านอนสอนง่าย ไม่เถียงพ่อแม่ เพราะลูกรู้ว่าพ่อแม่เป็นคนดีมีเหตุผล
ประสบการณ์แต่ละช่วงวัยของเด็กที่ได้รับจากครอบครัว ตัวอย่างที่เด็กเห็นจากพ่อแม่มีบทบาทโดยตรงต่อการพัฒนาบุคลิกภาพ เจตคติ และความคิดของเด็กเมื่อโตขึ้น เพราะสมองของเด็กตั้งแต่แรกเกิด เจริญอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 6 ขวบแรก เด็กจะเรียนรู้และซึมซับสิ่งที่เด็กสัมผัสเข้าไปสร้างเป็นหน่วยความรู้เก็บบันทึกไว้ในสมองอย่างรวดเร็ว ถ้าประสบการณ์ที่เด็กได้รับดี เด็กก็คิดดีทำดี แต่ถ้าประสบการณ์ที่ได้รับไม่เหมาะสม เด็กก็จะซึมซับความไม่เหมาะสมนั้นเข้าไว้ในตนทั้งที่ไม่เข้าใจ แล้วฝังกลายเป็นรากพฤติกรรมที่ไม่ดีเมื่อโตขึ้น แต่ถ้าเด็กได้รับการสอนหรือชี้แนะในสิ่งที่ถูกที่ควร จะช่วยลดปัญหาการนำไปปฏิบัติอย่างไม่เข้าใจได้ การเลี้ยงลูกให้อยู่ในคำสั่งดูเหมือนทำง่าย แต่เหนื่อยใจเมื่อลูกโตขึ้น ลูกจะมีปัญหาทางความคิดและสังคม เมื่อลูกทุกข์พ่อแม่จะทุกข์ตาม สมมุติพ่อแม่มีลูก 2 คน แล้วพบว่าลูกคนหนึ่งเรียนดีเข้ากับคนอื่นได้  ปรับตัวได้ในทุกสถานะทางสังคม พ่อแม่ก็จะมีความสุข แต่อีกคนหนึ่งกลับเป็นเด็กมีปัญหา ทั้งที่พ่อแม่คิดว่าเลี้ยงมาเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วข้อมูลที่เกิดจากประสบการณ์ได้หลั่งไหลเข้าสู่สมองส่วนที่ดีมากน้อยของลูกทั้งสองแตกต่างกัน สมองจะเก็บไว้เป็นความรู้สึกที่ดีและไม่ดีแยกจากกัน แต่สะสมไว้เป็นความรู้สึกความคิดที่พร้อมใช้ เมื่อมีปัญหาก็แสดงออกมาสู่การเป็นพฤติกรรมตามประสบการณ์ที่ได้รับ
เด็กน้อยเรียนรู้
เด็กเกียจคร้านการเรียนเพราะถูกบังคับให้เรียนมาก่อน
เด็กดื้อและก้าวร้าวเพราะเคยถูกเข้มงวด หรือตามใจเกินไป
เด็กเอาแต่ใจตนเองเพราะเคยใช้อำนาจเหนือผู้ใหญ่ได้
เด็กไร้เหตุผลเพราะไม่เคยมีใครบอกเหตุผล
เด็กไม่รู้สิ่งควรไม่ควรเพราะพ่อแม่ไม่เคยสอน
ยังมีอีกหลายพฤติกรรมที่ทำให้เด็กเป็นอะไรก็ได้ คล้ายดื้อสอนยาก เหตุเพราะพ่อแม่ไม่เคยสอนและใช้เหตุผลกับลูกเลย
รูปภาพเด็กน้อย

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การบังคับให้ลูกเรียนอาจทำให้คุณแม่ผิดหวัง Forcing children to learn.

อยากให้ลูกเรียน
               
ความจริงแล้วอยากให้ลูกเรียนไม่ต่างจากอยากให้ลูกเก่งเท่าไร แต่การให้ลูกเรียนจะโหดกว่าตรงที่พ่อแม่กำหนดบทบาทหน้าที่การเรียนให้ลูกอย่างชัดเจนว่า ลูกต้องเรียน เรียน และเรียน ทุกวันชีวิตลูกอยู่กับตัวหนังสือ แบบฝึกหัดและการบ้าน ถ้าลูกไม่ทำ ทำไม่ได้ แม่มีไม้เรียวข้างกายพร้อมหวดทันที น่าสงสารที่ลูกคนนั้นต้องเกิดมาเป็นลูกแม่คนนี้  ให้ระวังคำตอบที่ไม่พึงประสงค์จากลูกถ้าลูกเหนื่อยหน่ายที่จะทำตามที่แม่กำหนด ด้วยการถามลูกว่า
แม่ถามจริงๆ ชีวิตลูกอยากได้อะไร
ลูกอาจตอบสวนกลับมาทันทีว่า เมื่อไหร่แม่จะตาย
คำตอบนี้เศร้ามาก เศร้าที่สุด ทั้งความรู้สึกของแม่ และแก่นแท้แห่งความรู้สึกในใจลูก ขอให้เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ อย่าให้เป็นจริงกับครอบครัวใดเลย พ่อแม่หลายคนอาจวาดฝันอนาคตให้ลูก วางจุดหมายให้ จึงบังคับให้ลูกเรียนและเรียน ความอยากอันนี้เป็นตัวกระตุ้นเร้าให้พ่อแม่ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องโดยไม่รู้ตัว ด้วยหวังให้ลูกมีความสามารถที่จะสอบเข้าเรียนในที่ต่างๆได้ โดยเฉพาะในโรงเรียน เป้าหมายที่ปรารถนา ปัญหาเร่งเรียนจึงเกิดขึ้น




วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับการสอนลูกที่ถูกต้อง How to teach children properly.

อยากให้ลูกดีต้องสอน
การสอนลูกไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นการตี หรือบังคับ แต่เป็นการทำให้ลูกนั้นเข้าใจถึงความเป็นจริง เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง พ่อแม่บางคนสอนแบบกำหนดเส้นทางไว้ให้ ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะดี ถึงจะถูกใจพ่อแม่ ลูกก็ทำตามไปโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้น มีถูกต้องจริงๆหรือเปล่า การปิดหูปิดตาลูก หรือบังคับลูกจึงไม่ใช่เรื่องที่ดี สักวันเขาต้องออกสู่โลกกว้าง ทางเดียวที่เราสามารถทำได้คือ สอน นั่นเอง
                การเป็นตัวอย่างนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างลูกให้เป็นคนดีแต่ยังมีสิ่งที่ต้องสร้างเสริมอยู่ด้วย แม้ว่าเด็กจะเรียนรู้ซึมซับได้จากประสบการณ์การเห็นตัวอย่างก็ตาม สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ต้องเข้าใจคือเด็กทุกคนต้องการคำชี้แนะและคำสอนจากผู้ใหญ่ที่จะทำให้เด็กเข้าใจในสิ่งที่ไม่เข้าใจให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเด็กเล็กยังคิดเรื่องที่ซับซ้อนไม่ได้ เช่นเด็กต้องการทราบว่าทำไมต้องทำบุญ พ่อแม่ต้องมีคำอธิบาย คำอธิบายต้องสอดคล้องกับวัยของเด็ก เพราะเด็กยิ่งโตยิ่งต้องการความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การบอกการสอนลูกต้องปรับให้เข้ากับวัยของลูก สอนลูกเล็กอาจเป็นการเล่านิทาน สอนลูกต้องเป็นการสนทนาอภิปรายปัญหาให้เกียรติแก่กัน เท่านั้นลูกรักจะเข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและศรัทธา

               
ถ้าพ่อแม่เข้าใจการเลี้ยงลูกให้ถูกทิศทางของธรรมชาติ ลูกก็จะงอกงามไปอย่างที่ควรเป็น เหมือนกับการปลูกต้นไม้ ผู้ปลูกต้องรู้จักการดูแลให้น้ำ ให้ปุ๋ย ให้ดิน ให้อากาศ และแสงแดดที่ตรงกับลักษณะต้นไม้ ผลที่ได้ต้นไม้ก็จะงดงามออกดอกออกผลอย่างที่ต้องการ ตัวอย่างเช่นต้นไม้ชอบแดดก็ต้องปลูกกลางแดด ต้นไม้ชอบร่มก็ปลูกในร่ม ชอบรำไรก็บังแสงให้ผ่านน้อยลง ต้นไม้ก็จะงามตามพันธุ์ตามชนิดของเขา เช่นกันกับการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมวหรือแม้แต่เลี้ยงงู ผู้เลี้ยงยังต้องรู้นิสัยการกิน การอยู่ ความชอบของสัตว์เหล่านั้น แล้วพยายามให้มันกิน มันอยู่ และทำสิ่งที่มันชอบเพื่อให้มันเจริญเติบโตได้ตามอายุของมัน โดยไม่เป็นอันตรายกับผู้เลี้ยงและคนอื่น สัตว์ดุร้ายยังเชื่องได้เพราะความเข้าใจของผู้เลี้ยง ฉันใดก็ฉันนั้นเช่นกันกับคนซึ่งมีสองและปัญญาที่ง่ายกว่าสำหรับการเข้าใจในสิ่งที่ควรกระทำ การสอนลูกให้เข้าใจถึงสิ่งที่ควร เป็นอีกทางหนึ่งที่เสริมให้ลูกเป็นคนดี เลี้ยงลูกให้ดีง่ายนิดเดียว


วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับวิธีทำให้ลูกของคุณเป็นคนดี Tips on how to make your child a good person.

อยากให้เป็นคนดี
การเลี้ยงลูกเป็นการใช้ภูมิปัญญาของความเป็นพ่อแม่ ในการปลูกฝังให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตนให้เป็นคนดีมีคุณค่าสำหรับสังคม ไม่เป็นขยะสังคม
การเลี้ยงลูกให้มีคุณค่าสำหรับสังคม กับการเลี้ยงลูกให้เป็นขยะสังคมต่างกัน
การเลี้ยงลูกให้มีคุณค่าสำหรับสังคม คือการเลี้ยงด้วยใจด้วยรักด้วยเมตตา ที่พร้อมให้ลูกคิดเป็นและทำดี
ส่วนการเลี้ยงลูกให้เป็นขยะสังคม คือการเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาเป็นปัญหาสังคม สร้างแต่เรื่องโง่เขลาและความยุ่งยากให้กับครอบครัว โดยที่เงินหรือบารมีของพ่อแม่ก็แก้ไม่ได้
เหตุมาจากไหน
มาด้วยความอยากและความไม่รู้ของผู้เป็นพ่อแม่
หรือรู้แต่เพิกเฉย ก็เท่ากับไม่รู้
                พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกประสบความสำเร็จและก้าวหน้า มักเป็นพ่อแม่ที่เข้าถึงตัวลูก มีความรู้ความเข้าใจว่ามีสมองมีความคิด รู้ว่าลูกมีจิตใจ มีปัญญาสามารถพัฒนาตนเองได้ จึงเลี้ยงด้วยการให้โอกาสลูกทำ ให้ประสบการณ์ลูกให้คำปรึกษาแนะนำเมื่อลูกต้องการ หากลูกพลาดก็ช่วยคิดช่วยแก้เพื่อให้ลูกมีพลังใจต่อสู้
                พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกไม่ได้ดังใจ ไม่ประสบความสำเร็จ ดำรงชีวิตอย่างไร้สาระ ทั้งที่พ่อแม่รู้สึกว่าเลี้ยงด้วยความเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ ในการปลุกปั้นลูกนั้นให้เป็นคนดี พยายามเลี้ยงด้วยการตามใจลูกทุกอย่าง ให้ทุกอย่าง ลูกก็ยังไม่ดี ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ เหตุเพราะว่าถ้าเมื่อไรพ่อแม่ตั้งความหวังของตนเป็นศูนย์กลางของการเลี้ยงลูก การให้ลูกทุกอย่างที่ลูกต้องการไม่ใช่การสร้างลูกแต่เป็นการทำลายลูก อย่าให้ลูกทุกอย่าง ต้องให้ลูกรู้จักคิด รู้จักช่วยเหลือตัวเอง รู้จักต้องการ ลูกจะได้รู้ความหมายของการต่อสู้ เพื่อความเป็นคนคนหนึ่งที่มีความหมาย ทั้งต่อตัวเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคมและเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยปัญญา
                การให้ลูกรู้จักคิด รู้จักการติดขัด รู้จักปัญหาจะทำให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง รู้จักที่จะดูแลตนเองไม่กังวลกับการพึ่งพาผู้อื่น การให้ลูกได้สัมผัสคำปฏิเสธ ลูกจะรับรู้ปัญหาและความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตน เมื่อถูกขัดใจ เมื่อใดปัญหามีมากกว่าที่เด็กคุ้นเคย เด็กจะสนุกกับการได้คิดได้แก้ แต่เด็กที่ไม่คุ้นเคยจะรู้สึกติดขัดหลายเท่า เด็กที่จะคับข้องใจ และรู้สึกว่าพึ่งใครไม่ได้ เกิดความวิเวกในจิตใจ ในที่สุดเด็กก็หาทางออกแบบเด็ก คือการคบเพื่อนเกเร หรือติดยาเสพติด เพราะเพื่อนเกเรจะมีพฤติกรรมเข้มแข็งที่เด็กคิดไม่เป็น รู้สึกพึ่งได้ การติดยาเสพติดทำให้เด็กรู้สึกสบาย ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นพ่อแม่มารู้สึกตัวว่าเลี้ยงลูกผิด ก็สายเกินไปแล้ว

อยากให้ลูกเป็นคนดีเป็นอย่างไร
มีหลายความหมาย มีหลายความคิด
                ซึ่งโดยภาพรวมแล้วคำว่าคนดีของพ่อแม่น่าจะหมายถึง การที่ลูกนิสัยดี ไม่เกเร ไม่ทำจนให้เป็นปัญหาของพ่อแม่ ไม่ติดยา ไม่มีเพื่อนเลว ถ้าเรียนดีด้วยก็ยิ่งดี แต่ดูเหมือนว่าสิ่งนี้ยังเป็นความต้องการรอง
ทำไมการที่พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นคนดีจึงมีปัญหา
ที่มีปัญหาเหตุเพราะว่าพ่อแม่ปลูกฝังความดีให้แก่ลูกไม่ถูกต้อง
ความอยากคือตัณหา นำพาพ่อแม่ไปทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
พ่อแม่อยากให้ลูกพูดไพเราะ พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สั่งให้ลูกพูดเพราะ แต่พ่อแม่กลับใช้คำหยาบคายต่อกัน บางวันพูดคำด่าคำ แล้วลูกจะไปไหนเสีย ลูกก็พูดคำด่าคำเหมือนพ่อแม่ ซ้ำร้ายอาจหนักมากกว่าเพราะสังคมสิ่งแวดล้อมพาไป ได้ยินได้ดู ทั้งจากวิทยุและในโทรทัศน์ประกอบกับการมีปฏิสนธิกับผู้ใหญ่ เป็นการสะสมให้การใช้วาจาไม่งดงามมากขึ้น เด็กยิ่งเล็กยิ่งช่างจำ ฟังสองครั้งอาจออกเสียงด่าว่า
 ไอ้เอี้ยได้
                อยากให้ลูกมีใจบุญสุนทาน พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างของผู้มีใจบุญ พ่อแม่ต้องรู้จักการเมตตาก่อน ลูกจึงจะสามารถประพฤติปฏิบัติตามด้วยการซึมซับพฤติกรรมของพ่อแม่ได้
                อยากให้ลูกขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้านการงานพ่อแม่ก็ต้องเป็นตัวอย่าง ทำงานให้ลูกเห็น ไม่บ่นงาน ไม่เบื่อหน่ายงานแต่นำผลงานที่ตนสร้างสรรค์ให้ลูกดูให้ลูกเห็น คุยกับลูกให้รู้สึกสนุกและเห็นประโยชน์ของการทำงาน อย่าบังคับให้ลูกทำตาม อย่าก่นด่าว่าลูกเกียจคร้าน อย่าวิจารณ์งานของลูกให้ลูกเสียใจ ต้องให้กำลังใจ ต้องให้คำชี้แนะถ้าต้องการ อย่าวานใครสอน อย่าสั่งใครให้ช่วย ใจของพ่อแม่ที่ใสด้วยเข้าใจลูก จะช่วยให้พ่อแม่สามารถสอนลูกให้รักงานได้
                อยากให้ลูกเรียนเขียนอ่านพ่อแม่ก็ต้องเป็นตัวอย่าง พ่อแม่ต้องอ่านหนังสือให้ลูกเห็น ค้นความรู้จากหนังสือให้ลูกดู บอกแหล่งความรู้ให้ลูกทราบว่าได้มาจากการอ่าน ลูกจะซึมรับความรู้สึกรักการอ่านเข้าไว้ในตน


พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นอะไรต้องเป็นตัวอย่าง
·       อย่าได้แต่สั่งว่าเจ้าจงเป็นคนดี
·       อย่าเฝ้าแต่ชี้ข้อเสียให้แก่ลูก ที่แท้ตนเองกระทำอยู่
·       พ่อแม่ดื่มเหล้า ลูกย่อมดื่มเหล้า
·       พ่อแม่สูบบุหรี่ ลูกย่อมสูบบุหรี่
·       พ่อแม่เล่นไพ่ ลูกย่อมเล่นไพ่
·       พ่อแม่ด่าคนอื่นเป็นไฟ ลูกก็เป็นด้วย
ภาพสะท้อนของพ่อแม่จะปรากฏเป็นเงาในตัวลูกและแสดงเป็นภาพที่ชัดเจนและชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ ตามวัยที่ลูกคนนั้นโตขึ้นเรียกว่ายิ่งโตยิ่งเหมือน
อย่าเพิกเฉยนิสัยไม่ดีที่ปรากฏในตัวลูก เพราะนั่นคือปัญหาของลูกในอนาคตซึ่งจะมีมากกว่าที่พ่อแม่เป็น เพราะสภาพทางสังคมต่างกัน อยากให้ลูกรักเป็นคนดีต้องเริ่มต้นที่ตัวเองและเมื่อลูกยังเล็กอยู่ ลูกจะได้เรียนรู้และเป็นคนดำได้เร็ว

เลี้ยงลูกให้ดีต้องเป็นตัวอย่าง ตัวอย่างของพ่อแม่มีความหมายต่อการเรียนรู้ของเด็กมาก
โดยธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กมาจากการเห็นตัวอย่าง ถ้าตัวอย่างดี สิ่งที่เด็กเรียนรู้จะดีไปด้วย ทางที่ 2 มาจากประสบการณ์ที่เด็กได้รับทั้งโดยทางตรง และทางอ้อม และทางที่ 3 เกิดจากการเรียนในห้องเรียน มีครูสอนครูชี้แนะ
จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงลูกให้ดีเพียงแค่เริ่มเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นก็ผ่านขั้นที่ 1 ไปแล้ว
เห็นไหมว่าเลี้ยงลูกให้ดีนั้นง่ายนิดเดียว ไม่ต้องเหนื่อยไม่ต้องเครียด ไม่ต้องเสียเงินจ้างคนมาสั่งมาสอนลูก จงเป็นตัวอย่างลูก
·       อยากให้ลูกพูดดี พ่อแม่ต้องพูดดี
·       อยากให้ลูกใจดี พ่อแม่ต้องใจดี
·       อยากให้ลูกเป็นมิตร พ่อแม่ต้องเป็นมิตร
·       อยากให้ลูกมีมารยาท พ่อแม่ต้องมีมารยาท
       โบราณว่าดูช้างให้ดูหางดูนางให้ดูแม่ หรือลูกไม่หล่นไม่ไกลต้น ฉันใดก็ฉันนั้น เหมือนกันทุกคนทุกครอบครัว   




วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ให้ลูกเรียนมากเกินไป My baby cram school.

ให้ลูกเรียนมากเกินไป
พ่อแม่หลายคนอยากให้ลูกเก่ง อยากให้ลูกฉลาด จึงให้ลูกเรียนมากเกินไป โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีฐานะดี ไม่ว่าจะมีโรงเรียนกวดวิชาที่ไหน ก็ส่งลูกไปเรียนให้หมด รู้บ้างหรือเปล่าว่าการเรียนเยอะไม่ได้ส่งผลดีต่อลูกรักเลย สาเหตุที่เด็กนักเรียนไทยมีการผูกคอตาย หรืออาการเครียดต่างๆนั้น มักเป็นเพราะพ่อแม่ที่กดดันเกินไป ลูกเกิดความเครียด ทั้งที่คะแนนดีกว่าเด็กนักเรียนในรุ่นเดียวกันอีกหลายคน
               
หลังเลิกเรียนตามเวลาปกติแล้ว พบว่านักเรียนบางคนต้องไปกวดวิชา หรือเรียกว่าเรียนพิเศษ เป็นการเรียนนอกเหนือการเรียนในชั้นเรียน เรียกว่าการเรียนนอกเวลา จะเป็นการเรียนพิเศษ หรือเรียกนอกเวลามีปัญหากับเด็กมากตรงที่เด็กไม่มีเวลาทำกิจกรรมตามวัยเพื่อพัฒนกิจของตน ซึ่งทำให้เด็กขาดโอกาสที่ดีในการพัฒนาตนเอง เด็กเล็กไม่มีโอกาสเล่นซึ่งหมายถึงการได้ทำกิจกรรมที่พัฒนาตนแบบองค์รวม เด็กโตไม่มีโอกาสค้นหาประสบการณ์ที่จำเป็น สำหรับการพัฒนาตนเองและชีวิต เพราะตนเองมีแต่หนังสือที่ต้องอ่านและค้น ไม่มีเวลาเพื่อทำกิจกรรมพัฒนาตนเลย การให้ลูกเรียนเป็นการพัฒนาลูกอย่างหนึ่ง ซึ่งประสิทธิภาพอยู่ที่ความเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของลูก เช่นถ้าลูกต้องไปต่างประเทศจำเป็นต้องกวดเข้มภาษาอังกฤษ เช่นนี้ก็จำเป็นต้องเรียน ซึ่งการเรียนนี้ลูกก็เต็มใจด้วย สังเกตให้ดี เด็กที่เรียนดีจะบอกเลยว่าเขาต้องการอะไร แต่เด็กที่เรียนไม่ดีจะไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้น และบอกไม่ได้ว่าตนเองต้องการเรียนเสริมอะไร เพราะเขาจะรู้สึกขาดไปหมด อีกอย่างหนึ่งที่เด็กเรียนไม่ดีไม่ได้แปลว่าโง่ แต่ที่ดูเหมือนโง่เพราะเด็กขาดกำลังใจในการเรียน สาเหตุอาจมาจากพ่อแม่ไม่สนใจ ไม่ให้กำลัง หรือใส่ความรู้สึกเด็กตลอดเวลาว่าโง่  เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมทำให้ความรู้สึกอยากเรียนมีน้อยลง เมื่อไปเรียนก็เรียนไม่เต็มที่ บางทีเรียนแล้วเกเรกลายเป็นโง่จริงก็มี คนเราดีได้เสมอถ้ามีกำลังใจ ลูกถ้าได้กำลังใจจากพ่อแม่สักนิด ลูกจะดีและเก่งได้เอง อย่าพูดแสลงใจลูก อย่ามองต่ำกว่าที่เป็นจริง พลังใจเท่านั้นทำให้ลูกก้าวเดินไปข้างหน้าได้ ยิ่งถ้าพ่อแม่มีแรงสนับสนุน ลูกจะก้าวได้อย่างมั่นคง จำไว้เลยว่าถ้าเด็กอยู่ในบรรยากาศที่ดีเด็กจะเป็นเด็กดี และเรียนดีทุกคน


จงเลี้ยงลูกให้เป็นเขาไม่ใช่เรา
หรืออย่างที่เราอยากให้เป็น